ประจำครับพี่น้อง
เตะๆอยู่ก็อยากชกมวยซะงั้น
ประจำครับพี่น้อง
เตะๆอยู่ก็อยากชกมวยซะงั้น
พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ผมรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมสำนึกเสมอครับว่า ผมเกิดมาเป็นข้าของแผ่นดิน ต้องสนองคุณแผ่นดินและผมสำนึกมาตลอด ว่า แผ่นดินไทยของเรานั้น ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมาก็ด้วยพระบารมี วันนี้ ผมยืนตรงนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอยืนยันว่า รัฐบาลที่ผมเป็นผู้นำนั้น จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะเทิดทูนสถาบันนี้ มิให้ผู้ใดทำให้สถาบันนี้ไม่อยู่เหนือความขัดแย้งในทางการเมือง ด้วยประการทั้งปวง
ผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจ ให้ผมมายืนอยู่ตรงนี้
ผมทราบดีครับว่า สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ไม่ปกติ เป็นสถานการณ์ที่วิกฤต และพี่น้องประชาชนคนไทยมีความทุกข์ แต่ผมถือว่าผมเป็นนักการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตย ผมเป็นอาสาสมัคร และผมไม่มีสิทธิ์ที่จะหนีปัญหา หรือปฏิเสธความรับผิดชอบ เมื่อเสียงข้างมาก ซึ่งเป็นเสียงข้างมากเดิมในสภาผู้แทนราษฎรมีปัญหา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจสนับสนุนผมขึ้นมาตามวิถีทาง ของประชาธิปไตย และวิถีทางของกระบวนการของรัฐสภาของเรา
หน้าที่เบื้องต้นของผม คือ การยุติการเมืองที่ล้มเหลว การเมืองที่ล้มเหลวคือต้นเหตุของความขัดแย้ง การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสี ที่เกิดขึ้นอยู่ในประเทศของเราในขณะนี้ ผมจะขจัดการเมืองที่ล้มเหลวออกไปและจะนำความสมัครสมานสามัคคีกลับคืนมา โดยอาศัยความยุติธรรมเป็นกระบวนการนำหน้า รัฐบาลภายใต้การนำของผมจะยึดหลักนิติธรรม นิติรัฐ จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค และจะเคารพในกระบวนการและเจตนารมณ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย วันนี้ประเทศของเราต้องมีความสามัคคี ผมขอยืนยันว่า ผมจะทำงานให้กับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเลือกผมหรือไม่เลือกผม ไม่ว่าจะสนับสนุนผมหรือแม้แต่ต่อต้านผม ท่านจะเป็นใครก็ตาม หากท่านไม่คิดร้ายต่อบ้านเมือง ท่านไม่ใช่ศัตรูของผม และท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่ผมต้องรับใช้อย่างเต็มความสามารถ
งานใดที่เป็นประโยชน์ แม้จะเป็นของรัฐบาลก่อน ผมขอยืนยันว่า ผมจะไม่ทิ้ง จะสานต่อ จะปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการรักษาฟรี ไม่ว่าจะเป็นบรรดากองทุนทั้งหลายที่ลงไปอยู่ในชุมชนต่างๆ และผมทราบดีครับว่า ปัญหาเร่งด่วนที่สุดในใจพี่น้องประชาชนขณะนี้ คือ ปัญหาเศรษฐกิจ การฟื้นฟูเศรษฐกิจจึงเป็นงานสำคัญอันดับแรก สำหรับรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการต่อไป
ผมมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ครับ ที่จะดูแลให้พี่น้องเกษตรกรของเราไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาพืชผลที่ตกต่ำ อยู่ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาง ปาล์ม ผมจะดูแลให้พี่น้องประชาชน ที่อยู่นอกภาคเกษตร ยังมีงานทำ มีรายได้ มีโอกาส และผมจะทำทุกวิถีทางที่ลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ตามแนวทางวาระประชาชนและแผนปฏิบัติการเร่งด่วน ซึ่งผมเคยนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนมาก่อนหน้านี้
ทันทีที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสภา ผมจะได้นำเสนอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่ครอบคลุมทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของพี่น้องเกษตรกรผู้ใช้แรงงาน ภาคเศรษฐกิจต่างๆ ตั้งแต่อุตสาหกรรม การบริการ การท่องเที่ยว หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่ขณะเดียวกัน แม้ว่าบ้านเมืองหรือเศรษฐกิจของเราจะมีวิกฤตอย่างไร ผมยืนยันว่า เราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วย ไม่ควรปล่อยให้ปัญหาที่หมักหมม สะสมมา เป็นปัญหาที่ยังเรื้อรัง ค้างคา และเป็นปัญหากับการพัฒนาประเทศในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมยืนยันว่า งานด้านการศึกษายังเป็นงานที่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ และผมจะดำเนินการให้การเรียนฟรี มีคุณภาพเกิดขึ้น
นอกจากนั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง การคมนาคม การสื่อสาร อินเทอร์เน็ต รวมถึงการสนับสนุนพลังงานทดแทน เพื่อความยั่งยืนในการพัฒนาของประเทศของเรานั้น ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่จะต้องมีการเริ่มต้นและผลักดันอย่างรวดเร็ว เพราะผมไม่เพียงต้องการที่จะให้เราฝ่าวิกฤตไปในครั้งนี้ หรือยืนอยู่ในฐานะที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้เท่านั้น ผมต้องการเห็นประเทศไทยเป็นต้นแบบของการพัฒนา ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ ที่มีความยั่งยืน
นอกเหนือจากการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในประเทศแล้ว ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมกำลังจะดำรงตำแหน่งประธานของอาเซียนด้วย ผมตั้งใจที่จะให้เพื่อนสมาชิกในอาเซียนมีความมั่นใจในการนำของเรา ในฐานะเจ้าภาพการประชุมสุดยอดที่จะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดต่อไป และผมจะขออนุญาตว่า หลังจากที่ผมได้กล่าวกับพี่น้องเป็นภาษาไทยแล้ว ที่จะสื่อสารข้อความบางประการถึงสื่อและพี่น้องประชาชนในต่างประเทศด้วย
พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ในฐานะนักการเมืองอาชีพ ผมถือว่าวันนี้ผมได้รับโอกาสสูงสุดจากพี่น้องประชาชน ตามวิถีทางประชาธิปไตย ผมอยู่ในการเมืองมา 16 ปี เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนมา 7 สมัย เคยเป็นรัฐมนตรี เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง บรรดาประสบการณ์ความรู้ทั้งหมด ผมจะนำมาใช้บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อรับใช้ผลประโยชน์ส่วนรวม เท่านั้น และผมยืนยันกับพี่น้องประชาชนที่ได้สนับสนุนผมมาตลอดว่า ผมจะไม่ละทิ้งอุดมการณ์ แนวทางการทำงานของผม และปล่อยสิ่งเหล่านี้ให้สูญหายไปกับการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง หรือปล่อยปละละเลยให้เกิดความไม่ถูกต้องขึ้นในบ้านเมืองนี้
ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องสุดท้ายครับว่า คุณค่าในแง่ของประสบการณ์ของนักการเมืองอาชีพ ที่สำคัญที่สุด ก็คือ ความผูกพันกับพี่น้องประชาชน ผมเคยเป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ 4 สมัย วันที่ผมก้าวเข้ามาสู่การเมือง และต้องไปขอคะแนนเสียงกับพี่น้องประชาชน ผมได้สัมผัสชัดเจนกับพี่น้องจำนวนมากที่เป็นคนจนเมือง ที่อยู่บนความยากลำบาก ที่อาจจะกล่าวได้ว่า คุณภาพชีวิตอาจจะต่ำที่สุด ผมไม่ลืมความทุกข์ยากเหล่านั้น และรู้ว่าผมจะต้องแก้ไขโดยเฉพาะในยามที่เศรษฐกิจมีปัญหา ผมไม่ลืมพี่น้องที่อยู่ในภาคกลาง ภาคตะวันออก ซึ่งผมได้ใช้เวลาหลายต่อหลายครั้งในการไปเยี่ยม รวมทั้งจัดทำวาระประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องสังคม หรือเรื่องอื่นๆ ผมไม่ลืมพี่น้องชาวใต้ ซึ่งยืนเคียงข้างกับผมในทางการเมืองมาโดยตลอด และผมทราบว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวใต้ใฝ่ฝันที่จะเห็นที่สุด ก็คือ เรื่องของความเป็นธรรม และแน่นอนสำหรับพี่น้องใน 3 จังหวัด ผมไม่ลืมครับว่า ความใฝ่ฝันสูงสุดของท่าน ก็คือ ความสันติสุข และความสงบสุข ที่ท่านรอคอยที่จะให้เกิดขึ้นในพื้นที่ของท่าน ผมไม่ลืมพี่น้องชาวเหนือ ที่ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนหลายต่อหลายครั้ง ทั้งยามที่ท่านมีความสุข ยามที่ท่านมีความทุกข์ เช่น ช่วงที่ท่านประสบกับภัยพิบัติ หรือภัยธรรมชาติ และผมยังจำได้ว่า ในการหาเสียงครั้งที่ผ่านมา ในภาคเหนือ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง วิ่งตามรถแห่หาเสียงและตะโกนกับผม ว่า อยากฝากบ้านเมืองไว้กับผม
และสำหรับพี่น้องชาวอีสานครับ 16-17 ปี บนถนนการเมือง ผมไปเยี่ยมเยียนท่านหลายครั้ง ได้รับรู้ปัญหา ความทุกข์ ความยากจนของทุกๆ ท่าน และไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ได้ร่วมปั้นข้าวเหนียวข้างเขียงนา ที่สนทนากันที่ไร่มันสำปะหลัง ผมไม่ลืม และที่ผมอดที่จะเอ่ยถึงไม่ได้ คือ คุณยายเนียง ที่ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ที่ครั้งสุดท้ายที่ผมได้ไปรณรงค์หาเสียงนั้น ท่านมอบแหวนวงนี้ให้กับผม และบอกผมว่า ยายหมั้นคุณอภิสิทธิ์ให้กับคนอีสานแล้ว ผมไม่ทราบว่า คุณยายเนียง กำลังดู หรือฟังสิ่งที่ผมพูดอยู่หรือไม่ แต่อยากบอกกับคุณยาย ว่า วันนี้ คนที่รับแหวนจากท่าน จะทำงานให้ท่าน ทำงานให้กับญาติพี่น้องของท่าน ทำงานให้กับชาวอีสานของท่าน และคนไทยร่วมชาติกับท่านอย่างเสมอภาค ด้วยความทุ่มเทและด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ผมทราบดีครับว่า คนหนึ่งคนไม่สามารถที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่าง หรือแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ และผมรู้ว่า จากนี้ไป ผมคงไม่สามารถทำให้คนทุกคนรักผม เห็นด้วยกับผม หรือแม้แต่สนับสนุนผมได้ แต่ผมยืนยันว่า ผมจะฟังเสียงทุกคนและทำงานให้ทุกคน และผมจะใช้การทำงานของผมในการพิสูจน์ความตั้งใจในการทำงานให้กับพี่น้อง ประชาชนคนไทยทุกคน และจะให้เป็นเครื่องพิสูจน์ทุกสิ่งทุกอย่าง
ผมพูดมาตลอดว่า แม้ว่าในชีวิตของผมไปใช้อยู่ในต่างแดนเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ผมไม่เคยมีความรู้สึกว่า มีที่ไหนที่น่าอยู่เท่ากับประเทศไทย ผมเชื่อมั่นในประเทศไทย ผมเชื่อมั่นในคนไทย ไม่ว่าเราจะเจอกับปัญหาอุปสรรคหนักหนาสาหัสเพียงใด ผมยังเชื่อในคนไทยและประเทศไทย และผมเชื่อว่า ถ้าผมได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ พลังของพวกเราจะทำให้ประเทศของเรานั้น ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ และเราจะได้ร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกหลานของคนไทยทุกคน ผมมั่นใจครับว่า เราทำได้ ขอขอบพระคุณครับ
ภาคแรกจบตอนรัฐประหารปี 49
แถลงการณ์ ฉบับที่ 27/2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง
ประกาศชัยชนะของประชาชน
ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้จัดชุมนุมใหญ่มาตั้งแต่วัน ที่ 25 พฤษภาคม 2551 รวม 192 วันนั้น ได้มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้1. คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
2. ขับไล่รัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิด เพื่อนำไปสู่การเมืองใหม่
ตลอดระยะเวลาการชุมนุมต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมือง ไทยถึง 192 วัน เราได้ทำหน้าที่พิทักษ์ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ ดังนั้นคุณูปการของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่สำคัญประการหนึ่ง คือการพิทักษ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้สำเร็จจนเป็นผลให้กระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยสามารถเดินหน้าพิสูจน์ ความผิดของนักการเมืองได้มาจนถึงวันนี้
ผลจากคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นว่าการได้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินที่ผ่านมานั้นไม่ใช่วิถี ทางของประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการได้มาซึ่งอำนาจด้วยการทุจริตการเลือกตั้ง และเป็นบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่าการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยนั้นเป็นความถูกต้องชอบธรรมเป็นที่ประจักษ์
จากผลคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นผลทำให้ช่วงระยะเวลา นี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บรรลุเงื่อนไขทั้ง 2 ประการคือ
1. ได้รับชัยชนะในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้เป็นผลสำเร็จ จนทำให้เกิดการยุบพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่ทุจริตการเลือกตั้งถึง 3 พรรคการเมือง
2. ได้รับชัยชนะในการขับไล่รัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิดชุดนี้ได้เป็นผลสำเร็จ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอประกาศการได้รับชัยชนะตามวัตถุ ประสงค์ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เป็น “ชัยชนะของประชาชน”
เมื่อได้รับชัยชนะตามวัตถุประสงค์แล้ว ประกอบกับเป็นช่วงเวลามหามงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ไม่มีความปราถนาที่จะชุมนุมต่อไปโดย ไม่จำเป็น
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอประกาศยุติการ ชุมนุมทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถือว่าในช่วงเวลานี้เป็นสูญญากาศ ไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศตามกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายใดก็ตามที่จะเข้าสู่อำนาจในการบริหารประเทศ หาทางออกประเทศ อย่าได้สร้างเงื่อนไขที่จะก่อให้เกิดวิกฤติทางการเมืองอีก ขอให้หยุดยั้งอย่าให้มีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณ ขอให้สะสางความผิดนักการเมืองในระบอบทักษิณ และขอให้ร่วมกับประชาชนสร้างการเมืองใหม่เพื่อปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริงเราขอประกาศเจตนารมณ์นับแต่นี้ต่อไปว่า
1. หากรัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบทักษิณกลับมาอีก หรือมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย เพื่อฟอกความผิดให้กับคนในระบอบทักษิณ เอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมือง หรือลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็จะกลับมาอีก
2. หลังจากนี้ไป รัฐบาลชุดใดๆก็ตามที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินแต่ไม่มีความจริงใจในการ ปฏิรูปสู่การเมืองใหม่โดยร่วมกับประชาชน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็จะกลับมาอีกทันทีเช่นกัน
เราขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ในการมีส่วนร่วมเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ และจนกว่าเราจะพบกันอีกเมื่อชาติต้องการ
ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551
“มือของนายสมัครนั้นเป็นเสนียดและไม่มีคุณค่าพอที่จะมามอบรางวัลให้”
โดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
หนึ่งในปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น และผู้ใช้ภาษาถิ่นดีเด่น